SPEGNN NEWS

ประวัติศาสตร์ 119 ปี เดวิส คัพ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

ประวัติศาสตร์ 119 ปี เดวิส คัพ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ
https://spegnn.com

ประวัติศาสตร์ 119 ปี เดวิส คัพ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ อีกครั้ง เมื่อ เทนนิสประเภททีมชายชิงแชมป์ระดับชาติรายการนี้ มีการเปลี่ยนแปลงฟอร์แมต การแข่งขัน จากการเล่น 4 สัปดาห์

ตั้งแต่รอบแรกยันรอบชิงชนะเลิศ แต่เว้นวรรคแรมปี มาเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ยาวให้จบรอบสุดท้ายรวดเดียวใน 8 วัน และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจหลังทัวร์นาเมนต์จบลง ประวัติศาสตร์ 119 ปี ของเทนนิส เดวิส คัพ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

เรื่องดีที่โดดเด่น

แม้ตอนแรกรูปแบบใหม่ในการแข่งขันติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าจะทำให้ความสนุกลดลงหรือไม่ และจะทำให้นักเทนนิสต้องรับภาระมากเกินไปหรือเปล่า แต่พอแข่งขันจริงปรากฏว่ารูปแบบนี้ แม้จะพูดได้ไม่เต็มคำว่า “เวิร์ก” แต่มันให้ความต่อเนื่อง และ เข้มข้น มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะการได้แข่งขันติดต่อกัน ทำให้เทนนิสรายการนี้ ง่ายต่อการติดตามมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แข่งกันที่ก็ต้องไปย้อนรำลึกว่าถึงรอบไหนกันแล้ว และรอบต่อไปรอบใด

สำหรับแฟน ๆ นี่จึงเป็นการง่ายต่อการชม และยิ่งรอบลึก ๆ ก็ยิ่งทำให้ทัวร์นาเมนต์ “กรุ่น” ขึ้นเรื่อย ๆ แต่แน่นอน มันอาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคน เพราะการแข่งขันฟอร์แมต 2 ใน 3 มันทำให้บางที การแข่งขันจบ “ไวเกินไป” และทีมที่สตาร์ตไม่ดีก็แทบไม่มีสิทธิ์ได้แก้ตัว แต่มันทำให้เหลือแต่ทีมที่ “แกร่ง” จริง ๆ เท่านั้นที่เข้ารอบมาได้

นอกจากนี้ ฟอร์แมตที่มีเจ้าภาพสนามกลาง ยังทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่อง “คอร์ต” หายไปด้วย เพราะในรูปแบบเดิมนั้น เจ้าบ้านจะจัดคอร์ตที่ถนัดไว้ต้อนรับทีมเยือน ซึ่งบางทีก็จะเป็น คอร์ตที่ชาติมาเยือนไม่ถนัดไปในคราวเดียวกัน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างมาก แต่นั่นเองก็เป็นหนึ่งในความคลาสสิกของ เดวิส คัพ มาตลอดหลายปีเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ 119 ปี เดวิส คัพ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ
http://google

ความเปลี่ยนแปลงที่น่าโดนด่า

แม้จะเป็นปีแรก แต่การบริหารจัดการของ คอสมอส อินเวสเมนต์ ของ เกราร์ด ปีเก ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้ดู “ลวก” เกินไป ทั้งเรื่องของการจัดการแข่งขันที่ลงตารางไม่ดี จนบางที ต้องมีบางคู่ไปตีกันเวลา “ตีสี่” ก็มี ซึ่งเมื่อประจวบกับเป็นทัวร์นาเมนต์ยาวที่ลงสนามกับแทบทุกวัน เวลาการแข่งขันที่ไม่ลงตัว มีผลกับนักกีฬาค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องคนดู ที่บางแมตช์มีการฟ้องในโลกออนไลน์ว่ามีคนดูแค่ 15 คน (แม้ปีเก จะมาตอบโต้ว่ามากกว่านั้น) จนทำให้สมาคมเทนนิสหลาย ๆ ชาติในยุโรปต้องมีการแจกตั๋วฟรีให้แฟน ๆ เข้ามาชมในการแข่งขัน 

นอกจากนี้ การเล่นเป็นทัวร์นาเมนต์ในประเทศเดียว ย่อมส่งผลต่อผู้ชมในสนามที่มีโอกาสเต็มยากในคู่ที่ชาติเล็ก ๆ ลงสนามอย่างเช่น คาซัคสถาน หรือ ญี่ปุ่น ที่โอกาสที่แฟน ๆ จะเดินทางมายังมาดริด เพื่อรับชมจะน้อยตามไปด้วย ซึ่งยังรวมไปถึงชาติอย่าง แคนาดา ออสเตรเลีย และ ชิลี ซึ่งแฟน ๆ ต้องเดินทางมาไกลมาก

เรื่องของการแข่งขัน 2 ใน 3 ก็ยังเป็นประเด็นที่ทำให้การแข่งขันไม่เข้มข้นเท่าที่ควรด้วย แม้จะเข้าใจว่า ต้องการให้การแข่งขันกระชับ และลดภาระของนักเทนนิส แต่การเล่น 2 ใน 3 ย่อมมีความเข้มข้นน้อยกว่าการเล่น 3 ใน 5 ซึ่งหลายคนมองว่า หลายแมตช์ “จบไวไป” และ การใช่ประเภทคู่ตัดสิน แม้จะไม่ต่างจากฟอร์แมต 3 ใน 5 ที่ใช้ประเภทคู่ตัดสินเช่นกัน แต่มันให้ความรู้สึก “คาใจ” ต่อฝ่ายที่แพ้มากกว่า เมื่อเทียบกัน

ปรับอะไรให้ปัง

หลังจาก เดวิส คัพ ครั้งที่ 109 จบลงด้วยชัยชนะของสเปน ที่ได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในทุกรอบของการแข่งขันเพราะเป็นชาติเจ้าภาพ กระแสแฟนส่วนใหญ่ ให้ความเห็นไปในทางว่า ชอบฟอร์แมตเก่ามากกว่า ส่วนหนึ่งเพราะว่า ฟอร์แมตใหม่ยังไม่ลงตัวในหลาย ๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ไม่ลงตัวที่ว่า มีทางแก้ และ ข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายเช่นกัน

โดยเรื่องแรก มีการเสนอให้ปรับระยะเวลาการแข่งขัน นานขึ้นเป็น 2 สัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาโปรแกรม “โหลด” เกินไป และมีเวลาให้ทั้งนักกีฬา และ แฟน ๆ ที่ไปเชียร์ที่สนามได้มีการพักผ่อนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกการถ่ายทอดสดให้สามารถถ่ายทอดเกมต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ถ้าหากมีการยืดระยะเวลาการแข่งขันจาก 1 เป็น 2 สัปดาห์จริง การเพิ่มแมตช์การแข่งขัน จาก 2 ใน 3 เป็น 3 ใน 5 ก็มีโอกาสมากขึ้น และแฟน ๆ ก็จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องกลับมาด้วย  

แต่ปัญหาในเรื่องนี้ก็ยังอยู่ที่โปรแกรมของ เอทีพี ที่อาจจะต้องปรับบางส่วนเพื่อรองรับการแข่งขันที่ยืดยาวขึ้นเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะต้องไปทำการพูดคุยเพื่อตกลงกันอีกทีด้วย

ถึงแม้จะไม่ได้ทัวร์นาเมนต์ที่ยอดเยี่ยมออกมา แต่ เดวิส คัพ 2019 ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่มีคนคาดการณ์ไว้ แม้จะดู “แป๊ก” ไปบ้าง แต่ก็ยังดูมีแสงสว่างในการปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *