SPEGNN NEWS

5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด

5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด
https://spegnn.com

5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด ทุกวันนี้เงินหมุนสะพัด ใครที่วางกลยุทธ์ได้ดี ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็ว

บางครั้งในโลกของฟุตบอล “ชื่อชั้นของทีม” หรือความใหญ่ของชื่อทีม ก็ไม่ได้หมายถึงการการันตีชัยชนะในเกมการแข่งขันอีกแล้ว 5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด

วันก่อนมีแฟนบอลท่านหนึ่งถามผมว่า “นี่แมนฯยูไนเต็ด ถึงขนาดต้องเก็บตัวจริง ไว้รอพบ นอริช ซิตี้ แล้วหรือ?”

คำตอบคือ เวลานี้ แมนฯยูไนเต็ดอาจจะยังเหลือ “ชื่อทีม” ที่ยังคงยิ่งใหญ่ แต่คุณภาพฟุตบอล ก็อย่างที่ทุกท่านเห็นกัน

เลสเตอร์ ซิตี้ ในสายตาใครหลายคนก็ยังถูกมองเป็น “ทีมเล็ก” หรือ “ทีมกลางตาราง” อยู่ดี เพราะแม้กระทั่งเกมที่ยูไนเต็ด ชนะ เลสเตอร์ 1-0 แฟนบอลหลายท่านยังไม่พอใจ ที่ทีมต้องอุดตั้งรับ และเอาชนะลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส

“เจอแค่เลสเตอร์ ทำไมไม่บุกใส่เขาไปเลย (โอเล่) โซลชา นี่ไม่ไหวจริงๆ”

ความเป็นจริงในเวลานี้ “เลสเตอร์” เราใช้คำว่า “แค่” กับพวกเขาไม่ได้แล้วนะครับ

โลกทุกวันนี้หมุนเร็ว และหมุนไวสำหรับคนเก่งและตั้งใจครับ ทุกวันนี้เงินหมุนสะพัด ธุรกิจกำลังเข้าสู่เจนใหม่ ใครที่วางแผน วางกลยุทธ์ได้ดี ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2016 ทุกอย่างมันมีเหตุผล และเหตุที่ เลสเตอร์ ได้แชมป์ เป็นเพราะพวกเขามีกลุ่มผู้เล่นที่ดี

แน่นอน พวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่มีทางไปทุ่มซื้อนักเตะซูเปอร์สตาร์เกรด เนย์มาร์ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามาร่วมทีมอย่างแน่นอน ฉะนั้นสิ่งที่พวกเขาทำคือการ scout ครับ และแหล่งขุมสมบัติของวงการลูกหนังที่เหล่าแมวมองทุกคนรู้นั่นคือที่ “ฝรั่งเศส” ประเทศที่มีชาวแอฟริกันเดินทางมาใช้ชีวิตค่อนข้างมาก

นั่นจึงเป็นที่มาของ ริยาด มาห์เรซ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งกลายเป็นสองนักเตะที่มีบทบาทกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลประวัติศาสตร์มากที่สุด

แต่หลังจากนั้น การเปลี่ยนถ่ายช่วงสั้นๆก็เกิดขึ้น “คุณต็อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่เรียนรู้เร็วมาก ข้อเท็จจริงคือเลสเตอร์ ยุคแชมป์ประวัติศาสตร์ มีโครงทีมที่ไม่ใหญ่มากพอ โดยเฉพาะขุมกำลังสำรอง

5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด
http://google

หมายความว่า หากไม่มี ก็องเต้ , แดเนียล ดริงค์วอเตอร์ หรือแม้แต่ มาห์เรซ ในเวลานั้น ความน่ากลัวของพวกเขาก็จะลดประสิทธิภาพลงไป

กระทั่งเปลี่ยนจากยุคของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มาสู่ โคล้ด ปูเอล เลสเตอร์ก็กลับไปอยู่ในสถานะของทีมกลางตารางอีกครั้ง ผลงานไม่ค่อยคงเส้นคงวา ช่วงที่ปูเอล โดนปลด อันดับของเลสเตอร์ไม่ได้ตกไปมากอย่างน่าเกลียด แต่ “แนวทาง” ต่างหาก ที่บอร์ดบริหารคงมองว่า ไปต่อด้วยกันไม่ได้

และแล้วก็ถึงคราวของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล เข้ามาทำทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง พร้อมด้วยการยืมกองกลางที่เล่นฟุตบอลได้น่าตื่นตาที่สุดของเบลเยียมอย่างยูริ ตีเลอมันส์ เข้ามาเสริมทีม ด้วยดีลยืมตัวจาก โมนาโก

จากนั้น เลสเตอร์ ซิตี้ ก็เริ่มเปลี่ยนไป

ยุค รานิเอรี่ ใช้บอลยาวเป็นหลัก บวกกับนักเตะแกนหลักชุดเดียวพยุงทีมเป็นแชมป์

ยุค เคร็ก เช็คสเปียร์ ที่ไม่ได้โดดเด่นเท่า “ทิงเกอร์แมน” กระทั่งมาถึงยุคของ ปูเอล ที่เน้นบอลโต้กลับ

5 เหตุผลทำไมเกมรุกจิ้งจอกสยาม ถึงโชว์ฟอร์มการเล่นได้โหด

เพราะ เลสเตอร์ ไม่ได้เล่นบอลรับแล้วโต้อีกต่อไป ร็อดเจอร์ส สร้างสไตล์ของ “เลสเตอร์” ขึ้นมา ฉะนั้นนี่คือ 5 เหตุผลว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับ ที่เลสเตอร์ ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0

1.ระบบสรรหา

เลสเตอร์เคยมี สตีฟ วอลช์ แมวมองมือทอง ที่เคยเจียระไนนักเตะอย่าง ก็องเต้ หรือ มาห์เรซ จนมีทุกวันนี้ แต่เอาเข้าจริง พวกเขามีวิธีสรรหานักเตะที่ “ชัดเจน”

เพราะหากย้อนกลับไปยังยุคแชมป์พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์เจอปัญหาเรื่อง “ขนาดทีม” และเมื่อนักเตะตัวหลักย้ายออกไป ตัวใหม่ที่ดึงเข้ามา แทนที่ไม่ได้ ปัญหาจึงเกิด

การสรรหานักเตะของเลสเตอร์จึงน่าจะมุ่งโฟกัสไปที่การดึงผู้เล่นดาวรุ่งที่ “มีของ” และใช้งานได้เลย จึงเป็นที่มาของ เจมส์ แมดดิสัน ที่โดดเด่นมากกับนอริช ซิตี้ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน หรือแบ็กขวาตัวใหม่อย่าง เจมส์ จัสติน ที่แบก ลูตัน ทาวน์ จนเลื่อนชั้นจาก ลีก วัน ขึ้นมายัง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

ซัมเมอร์ที่ผ่านมา เลสเตอร์ ลงทุนกับการซื้อ ตีเลอมันส์ ด้วยดีลถาวร เพิ่มด้วยการกระชาก เดนนิส ปราท มาจากซามพ์โดเรีย รวมถึง อโยเซ่ เปเรซ จากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

การลงทุนกับสองคนนี้บอกอะไรเรา ดูที่ข้อ 2 ต่อครับ

2. บอลระบบ – โค้ชถ่ายทอดระบบ – นักเตะเข้าใจระบบ

แนวทางของ “บีร็อด” ชัดเจนตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาคุม เลสเตอร์ แล้วว่า วิธีการเล่นของทีมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลายครั้งในบทสัมภาษณ์ ร็อดเจอร์สจะเน้นย้ำถึง “Philosophy” (ปรัชญา) ในการเล่นที่ต้องชัด หมายความว่า เลสเตอร์จะต้องสร้างตัวตนของตัวเองขึ้นมา

ตัวตนในที่นี้ ต้องแข็งแกร่งและชัดพอ ไม่ว่าคุณจะไปเจอกับทีมไหน คุณต้องเล่นด้วยแนวทางนี้

นั่นคือ Possession-Game (เกมฟุตบอลที่เน้นเกมรุกและครองบอล) เป็นหลัก และขัดกับปรัชญาบอลโต้กลับของปูแอล ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

ร็อดเจอร์ส ยอมรับในช่วงต้นๆ ของการทำทีมว่า การปรับวิธีคิดของผู้เล่น “ทั้งทีม” ไม่ใช่เรื่องง่าย

นักเตะจากที่เล่นตั้งรับและโต้กลับ ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่า ต้องเร่งความฟิตมากขึ้นเพื่อรองรับกับการขยับไลน์ขึ้น-ลงทุกนัด แถมยังต้องเล่นเพรสซิ่งในแดนบนอีก

อย่างไรก็ตาม นั่นก็ทำให้ เลสเตอร์ มีผลงานโดยรวมที่ดีขึ้น และแพ้ไปเพียงแค่ 3 เกมในลีก ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของฤดูกาล

ร็อดเจอร์ส กล่าวหลังจากที่ทีมถล่มเซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 ว่า “ทุกอย่างมันอยู่ที่วิธีการเล่น และปรัชญาที่นักเตะใช้ในระหว่างเกม ผมเชื่อว่าหากเราเหลือ 10 คน เราจะมีวิธีการเล่นที่ต่างออกไป”

อย่าลืมว่าปรัชญาของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็ชัดเจนเช่นกัน นี่คือเหตุผลว่า ทำไมสองยอดกุนซือแห่งยุคเวลานี้ ถึงยึดมั่นใน “ระบบ” ของตัวเอง และแทบไม่เคยเปลี่ยนมันเลย

3. บ่มเพาะ

ช่วงที่เลสเตอร์ กำลังเสีย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการวิเคราะห์และคาดการณ์ไปต่างๆนานาว่า ใครจะมาเป็นตัวหลักในแนวรับ

พวกเขามีข่าวกับ ลูอิส ดังก์ กองหลังของไบรท์ตันฯ แต่ก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น

เพราะ ร็อดเจอร์ส เลือกจะดัน ชักลาร์ โซยุนซู กองหลังทีมชาติตุรกีขึ้นมาเป็น “ตัวแทน” ของแม็กไกวร์

4. กองกลางและแบ็กที่ลงตัว

พวกเขามีวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ที่เข้าสกัดและตัดเกมด้วยสถิติสูงที่สุด 1 ใน 5 ของพรีเมียร์ลีก และการได้ ตีเลอมันส์ มาเป็นตัวเชื่อมบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย นั่นคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ

ตีเลอมันส์ กล่าวขณะย้ายมาร่วมทีมเลสเตอร์ว่า เขาชอบในปรัชญา และวิธีการเล่นฟุตบอลของ ร็อดเจอร์ส ที่ชัดเจน

เมื่อวิธีการทำงานของหัวหน้า (โค้ช) และพนักงาน (นักฟุตบอล) เข้าใจตรงกัน ชอบในสิ่งเดียวกัน ผลผลิตในงานที่ดีก็จะเกิดขึ้น

เลสเตอร์ ยังไปดึงเอา เดนนิส ปราท กองกลางที่จ่ายบอลได้ดีที่สุดคนหนึ่งในเซเรีย อา เข้ามา เท่ากับว่าเวลานี้ เลสเตอร์มีมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่ดีที่สุดอย่าง เอ็นดิดี้ และมีกองกลางตัวคุมจังหวะเกมอย่างปราท และมันสมองในเกมรุกอย่าง ตีเลอมันส์

แถมด้วยกำลังเสริมอย่าง ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ (มิดฟิลด์ตัวรับดาวรุ่ง) , น็อมปาลิส เมนดี้ (มดงาน) นั่นทำให้พวกเขามีขนาดทีมที่ใหญ่ขึ้นมากจากเมื่อขวบปีก่อน

นอกจากนี้ ระบบของร็อดเจอร์ส ยังเน้นการเติมเกมของฟูลแบ็กเป็นจุดสำคัญ ซึ่ง เบน ชิลเวลล์ และ ริคาร์โด้ เปเรยร่า สมบัติเก่าจากยุคของ ปูแอล ก็ตอบโจทย์

5.เกมรุกพิฆาต

เลสเตอร์ อาจยังหาตัวแทนของ เจมี่ วาร์ดี้ ไม่ได้ (อารมณ์เหมือนทีมชาติไทยกับการต้องพึ่ง ธีรศิลป์ แดงดา) แต่ตัวที่ขึ้นมาสอดแทรกทำประตูกลับไม่ใช่กองหน้า

เพราะเมื่อ “ฟุตบอลระบบ” ทำงานในแบบของมัน ไม่ใช่กองหน้าก็สามารถขึ้นมาทำประตูได้

พวกเขามีตัวริมเส้นที่หุบเล่นด้านใน และถ่างออกด้านนอก ทั้ง บาร์นส์ , เดมาราย เกรย์ และ อโยเซ่ เปเรซ รวมถึงมีผู้เล่นที่ครอสบอลจากแนวลึกได้ดีมากอย่าง มาร์ก อัลไบรท์ตัน

และ “No.10” ที่ดีวันดีขึ้นอย่าง แมดดิสัน

จริงอยู่พวกเขาอาจต้องเอาใจช่วย เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ที่หยุดการพัฒนาไป แต่โดยรวม 4-5 ขุนพลในแผนกจบสกอร์ ก็สามารถปลิดชีพเกมรับของคู่แข่งได้

อีกหนึ่งพิมพ์เขียวของบอลระบบที่น่าศึกษา

ฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ได้เน้นไปที่ซูเปอร์สตาร์อีกต่อไป มันย่อมต้องประกอบไปด้วย “ผู้บริหาร” ที่มีใจรัก และใส่ใจถึงการค่อยๆ ปั้นและสร้างระบบนี้จาก 0 ขึ้นมา

ทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง จำเป็นต้องมีฝ่ายสรรหานักเตะที่เก่งพอ , ระบบการสร้างเยาวชนที่เป็นไปในทางเดียวกันกับชุดใหญ่ และ “โค้ช” ที่เป็นคนมา ‘วางระบบ’ ที่ชัดเจนให้กับทีม ทุกคนต้องเล่นตามนี้

หากใครคนหนึ่งไม่ได้ลง “ระบบ” ต้องเดินต่อได้ด้วยตัวของมัน

และทุกวันนี้ “บอลระบบ” ก็ไม่ได้มีแต่ทีมใหญ่ ที่เนรมิตขึ้นมาได้

เลสเตอร์ ซิตี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากคุณมีการจัดการที่ดีพอ และทุ่มเท ให้ความรักในการสร้างมันจริงๆ

“ฟุตบอลที่สวยงาม” ก็ไม่ได้มีแต่เพียง แมนฯซิตี้ , ลิเวอร์พูล , บาร์เซโลน่า , บาเยิร์นฯ , ยูเวนตุส อีกต่อไป เพราะทีมท้องถิ่นจากภาคกลางของอังกฤษทีมนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *