SPEGNN NEWS

รักเราไม่เข้ากัน แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล ทำไมเรารักกันไม่ได้

รักเราไม่เข้ากัน แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล ทำไมเรารักกันไม่ได้
https://spegnn.com/

รักเราไม่เข้ากัน แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล ทำไมเรารักกันไม่ได้ ใจมันเต้นเพราะเกม “แดงเดือด” (จากการตั้งของ “ศิริ อัครลาภ” นักเขียนลูกหนังรุ่นตำนานของไทย) ระหว่างคู่ปรับตลอดกาล“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ปีศาจแดง”​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะลงสนามกันอีกครั้ง เป็นเกมนัดแรกของฤดูกาล 2018/19

แฟนบอลหลายคนอาจจะสงสัยกันว่า ทำไม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงเกลียดกันมาก เป็นธรรมดาที่แฟนบอลต้องแสดงความสะใจหรือเหยียดหยามใส่คู่อริที่พ่ายแพ้ ไม่ว่าจะแพ้ทีมที่ตนเองเชียร์หรือทีมอื่นๆ บางคนก็คิดว่าอาจจะบาดหมางกันระหว่างผู้บริหารสโมสร แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด รักเราไม่เข้ากัน แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล ทำไมเรารักกันไม่ได้

ลองย้อนกลับไปเมื่อ 120 กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้มีการก่อตั้งสโมสรฟุตบอล เมืองแมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมรุ่งเรืองในการผลิตฝ้ายดิบ ส่วนทางลิเวอร์พูลเป็นเมืองท่าเรือที่สามารถเก็บโกยเงินทองได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งลิเวอร์พูลจะเป็นเมืองที่เชื่อมความสัมพันธ์ในเกาะอังกฤษกับดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะไปยังอเมริกา

ทั้งสองเมืองนี้ เมื่อก่อนเรียกได้ว่าอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เนื่องจากแมนเชสเตอร์ไม่มีการคมนาคมขนส่งทางน้ำ จึงต้องผ่านทางเมือง ลิเวอร์พูล ในการเดินทางหรือส่งออก

แต่ในปี 1870 เศรษฐกิจเริ่มตกต่ำ ผู้คนต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเพื่อให้มีชีวิตอยู่ แต่เมืองแมนเชสเตอร์ คิดว่าทางลิเวอร์พูลนั้นได้เก็บเงินค่าผ่านทางเรือ ทางรถไฟ สูงจนเกินไป ทำให้คนเมืองแมนเชสเตอร์เดือดร้อนกันเป็นแถว เพราะเงินที่ใช้อยู่นั้นไม่พอกิน

ดังนั้น แมนเชสเตอร์ จึงคิดทำการสร้างท่าเรือและขุดคลอง เดินสายเข้ามายังเมืองของตัวเอง ทางเมืองจึงระดมเก็บเงินทุนเพื่อขุดคลองยาวมาจากแม่น้ำเมอร์ซี่ย์เข้ามายังเมือง และเปิดทำการตั้งแต่ปี 1894

จากการทำท่าเรือของแมนเชสเตอร์ ทำให้ ลิเวอร์พูล ขาดรายได้มหาศาลทันที และทำให้คนเมืองลิเวอร์พูลตกงาน จึงกลายเป็นความแค้นเคืองเล็กๆน้อยๆกันในอดีต และนี่คือจุดเริ่มต้นของรอยบาดหมางระหว่างทั้งสองสโมสร

http://google

ต่อมาจนทั้งสองสโมสรก่อตั้งทีมฟุตบอลและมีการแข่งขันกัน สำหรับทั้งสองทีมนั้นยังคงเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในเกาะอังกฤษ และทาง ลิเวอร์พูล นั้นได้แชมป์ลีกในปี 1963-1964 จากการทำทีมของ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดนั้นได้แชมป์ลีกในปีต่อมา โดยทั้งสองทีมนั้นสลับกันได้แชมป์และไล่บี้บดขยี้กันอย่างมัน สลับกันปีต่อปี

และเมื่อแมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1968 ทางลิเวอร์พูลเอง ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ถึง 4 ครั้ง และกลายเป็นหน้าเป็นตาของเกาะอังกฤษและสโมสร รวมทั้ง ลิเวอร์พูล สามารถเก็บถ้วยรางวัล ดิวิชั่น 1 ได้ถึง 11 สมัย ซึ่งเปลี่ยนกุนซือมาแล้วถึง 3 คนคือ บิลล์ แชงค์ลี่ย์, บ็อบ เพสลี่ย์, โจ เฟแกน (ทั้งสามคนนี้ประสบความสำเร็จโดยเป็นกุนซือมือทองอันดับท็อปๆของโลก)

ส่วนทางปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นมือเปล่ามาแล้วถึง 26 ปี โดยต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของลิเวอร์พูลมาโดยตลอด จนกระทั่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมที่กลับมาสร้างชีวิตชีวาให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

โดยเฉพาะในแคมป์ของ “ปีศาจแดง” นั้น ลำพังเพียงจะจัดการตัวให้อยู่ในร่องในรอยนั้นก็เป็นเรื่องที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ยังทำไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูล จะลงสนามในเกมนี้แล้วคว้าชัยชนะได้อย่างง่ายดาย

ในทางตรงกันข้าม มันก็มีความเป็นไปได้ที่ ยูไนเต็ด จะบุกมา “ถล่มปาร์ตี้” ของคู่แค้นตลอดกาลอีกสักครั้ง ซึ่งหากทำได้ถึงจะไม่ได้มีความหมายใดๆต่อความสำเร็จ แต่ก็เป็นเรื่องที่ชวนให้ยิ้มได้ไปอีกนาน

และแน่นอนครับว่าในแมตช์หยุดโลกเช่นนี้รัศมีความร้อนแรงย่อมสูงกว่าเกมฟุตบอลทั่วไป

การเกทับบลัฟแหลกเป็นของคู่กัน บางครั้งเลยเถิดจนกลายเป็นความบาดหมางที่ไม่ควรเกิด

แต่เคยสงสัยไหมครับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ไปจงเกลียดจงชังกันตอนไหน? มีอะไรเป็นสาเหตุ?

ไม่เคยมีความรักระหว่างคู่ปรับแห่งถนนสาย M62 ของสองทีมที่ตั้งอยู่ห่างกันเพียง 35 ไมล์เกิดขึ้นเลยหรือ?
เกลียดกันตั้งแต่ชาติปางก่อน!

ผมเคยถือโอกาสถามไถ่คุณแดน ศรมณี ผู้บริหาร Line ประเทศไทย ซึ่งเป็น The Kop มาตั้งแต่เกิด เพราะน่าจะเป็นคนไทยคนเดียว (หรือไม่กี่คน) เพราะแกเกิดในเมืองลิเวอร์พูล ว่าความเป็นอริระหว่าง “แมนคูเนียน” (ชาวเมืองแมนเชสเตอร์) และ สเกาเซอร์ (ชาวเมืองลิเวอร์พูล) นั้นมีขึ้นเมื่อไหร่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *