SPEGNN NEWS

โอกาสแก้ตัวครั้งสำคัญที่สุดของไรอัน กิกส์ กับ ‘มังกรแดง’

โอกาสแก้ตัวครั้งสำคัญที่สุดของไรอัน กิกส์ กับ ‘มังกรแดง’
https://spegnn.com/

โอกาสแก้ตัวครั้งสำคัญที่สุดของไรอัน กิกส์ กับ ‘มังกรแดง’ ถึงไรอัน กิกส์ จะพิชิตแชมป์กับ “ปีศาจแดง” มาแล้วมากมายถึง 34 รายการ ลงสนามรับใช้ทีมมากถึง 963 นัดตลอดระยะเวลา 23 ปี และเกียรติประวัติอีกมากมายนับไม่ถ้วนในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

โอกาสแก้ตัวครั้งสำคัญที่สุดของไรอัน กิกส์ กับ ‘มังกรแดง’ แต่น่าเศร้าที่เราไม่เคยได้เห็นปีกพ่อมดชาวเวลส์ลงเล่นในฟุตบอลรายการระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร มาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว

กิ๊กส์ วัย 44 ปี ซึ่งเลือกที่จะไม่รอโอกาสคุมทัพแมนฯยู และเพิ่งเข้าสมัครชิงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ โดยมี เคร็ก เบลลามี่ อดีตนักเตะลิเวอร์พูล รวมทั้งมาร์ก โบเวน อดีตนักเตะดังเป็นคู่ชิงฯ ซึ่งโอเซียน โรเบิร์ต ประธานเทคนิคเพิ่งเรียกทั้งสามมาสอบสัมภาษณ์ก่อนจะประกาศเลือก กิ๊กส์ เข้ารับตำแหน่งดังกล่าว และถือเป็นงานโค้ชอย่างเป็นทางการงานแรกของไรอัน กิ๊กส์ หลังเคยคุมทีมขัดตาทัพที่แมนฯยูเพียงแค่ 4 นัด และงานหลักคือการพาทีมเล่นฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก

ทีมมังกรแดง เวลส์ โดยการนำทัพของ ไรอัน กิ๊กส์ ดีตแข้งแมนเชสเตอรืยูไนเต็ดชุดยิ่งใหญ่ ของเซอร์ อเล็ก เฟอกูสัน จะเริ่มต้นยูโร 2020 รอบคัดเลือกด้วยการลงเล่นในบ้านพบกับ สโลวาเกีย ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม แต่ในวันพุธที่ 20 มีนาคมนี้จะมีเกมอุ่นเครื่องกับ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ให้ได้ซักซ้อมแท็กติก

“ผมเอาตัวเองมาอยู่ภายใต้ความกดดันเมื่อปีที่แล้ว มันเป็นช่วงฮันนีมูนหรือไม่ก็ผมไม่แน่ใจ ผมรู้ว่าผมจะถูกตัดสินจากเกมรอบคัดเลือก (ยูโร) ผมรู้อยู่แล้ว”

“การนำเวลส์เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายทัวร์นาเมนต์ใหญ่คือสิ่งที่จะตัดสินฝีมือของผม และเป้าหมายของผมก็คือการนำเวลส์ผ่านเข้าไปเล่นในยูโรรอบสุดท้ายให้ได้”

ทั้งนี้ ในยูโร 2016 ครั้งล่าสุด เวลส์ ภายใต้การนำของ คริส โคลแมน สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกและทะลุไปถึงรอบตัดเชือก ทว่าไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ได้

เหตุผลนั้นเรียบง่ายเพราะ “มังกรแดง” ในยามนั้นไม่มีขุนพลที่แข็งแกร่งพอที่จะผ่านด่านเข้าไปสู่รายการระดับสูงสุดของโลกได้ ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ล้มเหลว เพราะยอดนักเตะอย่าง จอห์น โตแช็ก, เอียน รัช, เนวิลล์ เซาธอลล์ และมาร์ค ฮิวจ์ส เองก็ทำไม่ได้เช่นกัน

และที่สำคัญตัวเขาเองก็ดูจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรับใช้ทีมชาติมากสักเท่าไหร่นัก โดยตลอดช่วงชีวิตการเล่นนักฟุตบอลอาชีพ กิกส์ รับใช้เวลส์เพียงแค่ 64 นัดเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในรอยด่างพร้อยของชีวิตลูกหนังที่ควรจะสมบูรณ์แบบ บ้างก็แอบสงสัยว่าหากกิกส์ ซึ่งเคยติดทีมเยาวชนของอังกฤษมาก่อนตัดสินใจจะเลือกเล่นให้ทีม “สิงโตคำราม” มากกว่า เขาก็อาจจะมีเส้นทางในทีมชาติที่น่าจดจำมากกว่านี้

อย่างไรก็ดีในวันนี้ กิกส์ มีโอกาสที่จะลบความทรงจำที่เลวร้ายและความเจ็บปวดทั้งปวงที่เคยเจอ ในเกมฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือก 2020 ที่จะลงสนามพบกับทีม “แม็กยาร์” ฮังการี ในค่ำคืนนี้

เกมที่ใครชนะก็ได้ไป (winner-takes-all)! และกิกส์ ก็อยากชนะเพื่อพาเวลส์ เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันให้ได้ด้วย หลังจากที่สร้างตำนานไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ในฟุตบอลยูโร 2016 ทั้งๆที่เป็นการเข้ารอบรายการเมเจอร์รายการแรกของเวลส์นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1958 

ที่ผ่านมาในรอบคัดเลือก เวลส์ ภายใต้การนำของอดีตปีกพ่อมดเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก พวกเขาเก็บได้แค่ 3 คะแนนจาก 3 นัดแรก และแพ้ฮังการี ในเกมเยือนเมื่อเดือน มิ.ย. แต่หลังจากนั้นพลพรรคมังกรแดงไม่เคยแพ้ใครอีกเลย

ถ้าชนะฮังการีได้ในเกมนี้ กิกส์ จะพาทีมเวลส์เข้ารอบสุดท้ายของรายการระดับเมเจอร์ได้สำเร็จ – แม้จะไม่ใช่ในฐานะผู้เล่นก็ตาม

แต่กิกส์ ยืนยันว่าความสำคัญของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่เขา แต่อยู่ที่ชาวเวลส์ทุกคน

“มันไม่ได้เกี่ยวกับผม มันเป็นเรื่องของประเทศของเราทั้งประเทศ”

“ทีมเมื่อปี 2016 ทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือเป็นแฟนๆที่ไปดูในสนาม หรือดูทางทีวี เราได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ ซึ่งถ้าเราสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้อีกครั้งมันก็จะเป็นเรื่องที่วิเศษมาก”

“มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอะไร ในฐานะผู้เล่นของผมมันจบไปนานแล้ว ตอนนี้ผมคือผู้จัดการทีม ผมคิดว่าเราได้พาตัวเองมาอยู่ในตำแหน่งที่ดี เรายังเหลือเกมอีกหนึ่งนัดและเป็นเกมที่ยากด้วย ดังนั้นเราต้องการชนะเพื่อจะเข้ารอบให้ได้”

ในเกมนี้ เวลส์ น่าจะได้ใช้งานสองคีย์แมนอย่าง แกเร็ธ เบล และ อารอน แรมซีย์ ที่มีปัญหาสภาพความฟิตจนลงสนามตัวจริงไม่ได้กอนหน้านี้ โดยในตำแหน่งของแรมซีย์ หากได้ลงเล่นก็จะเป็น แฮร์รี วิลสัน เจ้าหนูดาวรุ่งที่คงต้องหลีกทางให้

โจ อัลเลน ห้องเครื่องในแดนกลางจะกลับมาอีกครั้งแทนที่ของ โจ มอร์เรลล์ ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมในเกมเยือนอาเซอร์ไบจาน ในนัดที่แล้ว

ขณะที่ฮังการี ขาดเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักอย่าง วิลลี ออร์บาน ที่บาดเจ็บ รวมถึงมิฮาลี คอร์ฮัต และลาสซ์โล ไคลน์ไฮส์เลอร์ ที่ติดโทษแบน

“เราต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อ เราต้องมีความกล้า กล้าที่จะเล่นกับบอล” กิกส์ กล่าวปลุกใจลูกทีม

“ตอนนี้โมเมนตัมมาทางเรา แต่ผมคิดว่าเราต้องพยายามทำให้ดีกว่าเดิมหากต้องการจะชนะ แต่ผมเชื่อในผู้เล่นของผม ผมเชื่อในทีมชุดนี้ที่เรามีด้วยคุณภาพที่พวกเขาแสดงให้เห็น”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *