SPEGNN NEWS

บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้มีแต่เมฆสีเทา

บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้มีแต่เมฆสีเทา
https://spegnn.com/

บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้มีแต่เมฆสีเทา ถึงจะชนะมอนเตเนโกร ถล่มทลายและได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2020 สมความตั้งใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้มีแต่เมฆสีเทา

สิ่งที่ราฮีม สเตอร์ลิง ได้เริ่มไว้เมื่อวันแรกของการเข้าแคมป์ในรอบนี้นำไปสู่รอยร้าวแรกของทีมชาติอังกฤษยุคใหม่ที่แกเร็​ธ เซาธ์เกต พยายามจะเปลี่ยนแปลง ‘สิงโตคำราม’ ให้เป็นทีมฟุตบอลที่ดี เป็นทีมที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้มีแต่เมฆสีเทา

แผลเมื่อเกิดขึ้นแล้ว มากบ้างน้อยบ้างก็ย่อมเจ็บ

และมันเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อสุดท้ายแล้วคนที่เป็นฝ่ายถูกกระทำอย่าง โกเมซ ต้องกลายเป็นเหยื่อซ้ำสองเมื่อแฟนบอลทีมชาติตัวเองโห่ใส่เขา

ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย

http://google

เหตุการณ์ที่สนามเวมบลีย์ ที่แฟนบอลจำนวนหนึ่งโห่ใส่โกเมซ ที่กำลังจะถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม – และความจริงก็มีการโห่ใส่ตั้งแต่ในช่วงของการอบอุ่นร่างกายแล้ว – เป็นรอยด่างพร้อยที่น่าละอาย

เคร็ก เบอร์ลีย์ อดีตผู้จัดการทีมชาติสกอตแลนด์ ถึงกับอดไม่ได้กับเรื่องนี้จนพูดในระหว่างการออกอากาศว่า “คนพวกนี้มันงี่เง่าสุดๆเลยใช่ไหม”

ทั้งๆที่โกเมซ เป็นคนที่ถูกกระทำ และตัวเขาเองก็เป็นคนที่พยายามทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีด้วยการขอให้ แกเร็ธ​ เซาธ์เกต ไม่ส่งตัวสเตอร์ลิงกลับบ้าน เพราะมันจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เป็นเรื่องใหญ่โตโดยไม่จำเป็น และจะทำลายบรรยากาศของทีมแบบน่าเสียดาย

แต่แฟนบอลเหล่านี้ที่โห่ฮาไม่สนใจใดๆทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเพราะไม่พอใจกับแนวทางการลงโทษของทีมชาติอังกฤษที่มีต่อสเตอร์ลิง ซึ่งเป็นคีย์แมนของทีมชาติในช่วงที่ผ่านมา หรือจะหยิบเอาประเด็นสโมสรขึ้นมาก่อนทีมชาติ 

แฟนบอลใจร้ายพวกนี้ไม่ได้สนอกสนใจว่านักเตะคนนั้นเขาสวมเสื้อและตราอะไรอยู่ เขาลงสนามเพื่อใคร คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ

สำหรับผม เรื่องนี้แย่พอๆกับการเหยียดผิว

ลองคิดถึงสภาพจิตใจของโกเมซ ที่ต้องเจอเรื่องแย่ๆมาตลอดสัปดาห์ ถึงจะเคลียร์ใจกันไปกับสเตอร์ลิงแล้วแต่ความรู้สึกหลายอย่างมันย่อมเกิดขึ้นตามมาหลังเหตุการณ์ และมันไม่ใช่จะลบจะเลือนหายไปง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อยังอยู่ในแคมป์ทีมชาติ ยังอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ และยังอยู่ในความสนใจของผู้คน

ความจริงแล้วในแนวทางการรับมือของเซาธ์เกต ที่มีต่อเรื่องนี้ก็เป็นที่น่าคิด

ว่าสิ่งที่นายใหญ่สิงโตคำรามทำนั้นถูกหรือผิด

เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในแคมป์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องใหญ่ในเกมลูกหนัง การกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้เล่น (หรือแม้แต่ผู้เล่นกับโค้ช) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทีมใดก็ตาม

ปกติแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นภายในทีมจะมีแนวทางในการรับมือแบบ “เรื่องภายใน”

แต่สิ่งที่เซาธ์เกตทำด้วยการออกแถลงอย่างเป็นทางการในการดร็อปสเตอร์ลิง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันกลายเป็นทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ และมันส่งผลกระทบต่อโกเมซ ไปด้วยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

มิหนำซ้ำยังมีการออกมาพูดคนละทีสองที ไม่ว่าจะจากสเตอร์ลิง, เซาธ์เกต ไปจนถึงนักข่าวที่พยายามถามเรื่องราวจากพ่อของโกเมซ

เรื่องมันเลย go so big!

ขณะที่สเตอร์ลิง กำลังจะได้กลับมาลงสนามในเกมกับโคโซโว – โกเมซ ขอถอนตัวด้วยเหตุผลเรื่องอาการบาดเจ็บ

เจ็บจริงหรือเปล่ายังไม่แน่ใจครับ แต่คำพูดของเซาธ์เกต ก็ดูมีอะไรบางอย่าง

“ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เขาจะได้กลับบ้านไปพักสัก 2-3 วันเพื่อทำให้หัวของเขาโล่ง”

ถ้าถามผม – สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบต่อจิตใจของกองหลังรายนี้พอสมควร

อย่าลืมว่าถึงจะเล่นพรีเมียร์ลีกมาหลายปี แต่นี่คือนักเตะอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น และด้วยบุคลิกแล้ว โกเมซ  เป็นคนที่ค่อนข้างนิ่งเงียบ เก็บอารมณ์และความรู้สึก

ถึงจะบอกว่าเรื่องนี้จบ แต่เมื่อโดนกระทำซ้ำก็ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจของเขาเป็นอย่างไร การถอนตัวอาจเป็นคำแนะนำจากทีมงานเพื่อลดกระแสแรงเสียดทานเวลานี้ ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะแคมป์ทีมชาติอังกฤษ ตัวของสเตอร์ลิง หรือแม้กระทั่งโกเมซเองที่ได้บทเรียนหนักๆของชีวิตแบบไม่เต็มใจ

บางทีชีวิตมันก็โหดร้ายแบบไร้สาระเช่นนี้…

หวังว่าเขาจะเข้มแข็งพอจะก้าวผ่านมันไปได้

ราฮีม สเตอร์ลิง นักเตะจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกหั่นชื่อออกจากทีมชาติอังกฤษ ชุดที่เตรียมแข่งขันศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก ที่จะพบกับมอนเตเนโกร ในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่เกิดเหตุวุ่นวายภายในแคมป์ทีมชาติ

โดยแข้งอังกฤษวัย 24 ปี ได้มีปากเสียงกับ โจ โกเมส กองหลังลิเวอร์พูลวัย 22 ปี ในเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 

ล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษได้ออกมาแถลงว่า ทั้งคู่ได้มีปัญหากันอีกครั้งภายในโรงอาหารของนักเตะ โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า ทั้งคู่เริ่มจากการมีปากเสียงกัน ก่อนจะจบลงด้วยสมาชิกทีมชาติคนอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยแยกห้ามปรามทั้งสองออกจากกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา 

ซึ่งแม้ว่าสเตอร์ลิงจะออกมาขอโทษจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สุดท้าย แกเร็ธ เซาท์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ก็ตัดสินถอนเขาออกจากทีมในเกมที่พบกับมอนเตเนโกร 

“เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ความรู้สึกจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ยังคงอยู่” แกเร็ธ เซาท์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงความวุ่นวายภายในแคมป์ทีมชาติ 

“ความท้าทายอย่างหนึ่งและจุดแข็งของเราคือ ความสามารถในการแยกความขัดแย้งระหว่างทีมคู่อริระดับสโมสรออกจากฟุตบอลทีมชาติ 

“เราได้ตัดสินใจไม่ใช้งานสเตอร์ลิงในเกมที่พบกับมอนเตเนโกร ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับทีม 

“ตอนนี้หลังจากการตัดสินใจได้รับการยอมรับจากทั้งทีม สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือ การสนับสนุนนักเตะ และโฟกัสในเกมวันพฤหัสบดีนี้” 

สำหรับทีมชาติอังกฤษจะเปิดสนามเวมลีย์ในวันพฤหัสบดีพบกับมอนเตเนโกร ต่อด้วยการบุกไปเยือนโคโซโวในวันอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาต้องการเพียง 1 คะแนน จาก 2 นัดนี้ เพื่อคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย 

สื่ออังกฤษหลายสำนัก รายงานตรงกันว่า ได้เกิดเรื่องทะเลาะวิทาทระหว่างนักเตะในแคมป์รายงานตัวทัพ “สิงโต” ของอังกฤษ โดย สเตอร์ลิง ปีกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามจะเหนี่ยวคอปราการหลังของลิเวอร์พูล ภายในโรงอาหารแคมป์ทีมชาติอังกฤษ หลังจาก โกเมส ได้เข้าไปขอจับมือด้วย ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงและเกิดเรื่องปะทะกัน ซึ่งตอนแรก เพื่อน ๆ ในทีม คิดว่าหยอกล้อกันเล่น แต่เมื่อเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น จึงต้องรีบเข้าไปช่วยกันจับแยกทั้งคู่ออกมา

นอกจากนี้ พยานในเหตุการณ์ เล่าว่า เห็น ปีกแมนฯซิตี้ พูดบางอย่างออกมาว่า  “นายยังบิ๊กเบิ่มอยู่รึเปล่า”

อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์สงบลง สเตอร์ลิง ได้กล่าวขอโทษสำหรับการกระทำของเขา แต่คำขอโทษดังกล่าวไม่เพียงพอสำหรับ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ที่ล่าสุดได้ตัดชื่อ เตอร์ลิง ออกจากแผนการเล่นในเกม อังกฤษ เจอกับ มอนเตเนโกวันพฤหัสบดีนี้

“เราได้ตัดสินใจไม่ส่ง สเตอร์ลิง ลงสนามเจอกับ มอนเตเนโกร ในวันพฤหัสบดี”

“โดยหนึ่งในความท้าย และจุดแข็งของเรา คือ เราสามารถแยกเกมการแข่งขันของสโมสรออกจากทีมชาติได้”

“แต่น่าเสียดายอารมณ์ของเกมเมื่อวันนั้น มันยังคงครุกกรุ่นอยู่ แต่ความรู้สึกของผมนั้นมันถูกต้องแล้วสำหรับทีม กับสิ่งที่ได้ดำเนินการลงไป โดยการตัดสินใจครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจด้วยกันทั้งทีม มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องสนับสนุนนักเตะ และให้ความสำคัญในเกมวันพฤหัสบดีนี้” เซาธ์เกต กล่าว

ด้านสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ยืนยันว่า สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยเป็นผลมาจากความโกลาหลในแคมป์ทีมชาติ ที่ เซนต์ จอร์จส์ พาร์ค ของวันนี้ แต่เขาจะอยู่กับทีมต่อไป

สนับสนุนข่าวโดย UFABET | UFASTAR | OFFICIAL | UFASTAR | UFA1688 |SLOTXO

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *