SPEGNN NEWS

การจากลา ของ นิโก โควัช กับมายาคติ บาเยิร์น มิวนิค

การจากลา ของ นิโก โควัช กับมายาคติ บาเยิร์น มิวนิค
https://spegnn.com

การจากลา ของ นิโก โควัช กับมายาคติ บาเยิร์น มิวนิค 485 วัน หรือ ราว 17 เดือน คือระยะเวลาที่ นิโก โควิช คุมทีม บาเยิร์น มิวนิค จริง ๆ

มันควรจะเป็นเวลาที่ยาวนานกว่านั้น แต่เพราะความพ่ายแพ้ต่อ ไอน์ทรัชต์ แฟรงเฟิร์ต อย่างยับเยิน 1-5 ในเกมบุนเดสลีกานัดล่าสุดซึ่งกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้สโมสร “เสือใต้” และ กุนซือชาวโครเอเชีย แยกทางกันในที่สุด การจากลา ของ นิโก โควัช กับมายาคติ บาเยิร์น มิวนิค

การจากลา ของ นิโก โควัช กับมายาคติ บาเยิร์น มิวนิค
http://block.com

อันที่จริงแล้ว สถานการณ์ของ บาเบิร์น มิวนิค ในปัจจุบัน ที่รั้งอันดับที่ 4 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงอย่าง โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 4 คะแนน ก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้น ที่พูดแบบนี้ได้เพราะว่า ปีก่อน โควัช เคยพาทีมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่านี้มาแล้ว แต่ดวงเขาก็ยังแข็งพอที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป และพาทีมจบฤดูกาลด้วยการคว้าดับเบิลแชมป์ทั้ง บุนเดสลีกา และ เดเอฟเบ โพคาล ในท้ายที่สุด

ย้อนกลับไปในวันที่ 6 ตุลาคม 2018 บาเยิร์น มิวนิค พ่าย 2 นัดติดต่อ แฮร์ธา เบอร์ลิน 0-2 และ พ่ายคาบ้านต่อ “สิงห์หนุ่ม” 0-3 ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ชนะใครเลยมาใน 3 นัดหลังสุดของศึกบุนเดสลีกาและหล่นมาเป็นอันดับที่ 6 ของตาราง ในตอนนั้น เก้าอี้ของโควัชคงร้อนน่าดู แต่สุดท้าย เขาก็ไม่โดนปลดออกจากตำแหน่ง ทว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งที่ทีมรั้งอันดับ 4 ของตาราง มีคะแนนตามทีมอันดับ 2 แค่ 1 แต้ม และตามอันดับ 1 แค่ 4 แต้ม เขากลับปลิวจากตำแหน่งไปแล้ว เพราะอะไรกัน?

จริง ๆ มันก็อาจจะเป็นเพราะความพ่ายแพ้ยับเยินที่เกินกว่าคนระดับผู้บริหารของบาเยิร์น อย่าง อูลี่ เฮอร์เนส และ คาร์ล ไฮนซ์ รูมมินิเก จะรับไหวมากกว่า เพราะทันทีที่แพ้ ในเกมที่คอมเมิร์ซแบงค์ อารีนา ทุกอย่างก็ยังปกติ โควัช ก็ยังแถลงข่าวโดยมองไปถึงเกมหน้า แต่มาในวันอาทิตย์ ก็มีการแยกทางกันเกิดขึ้น

แถลงการณ์ที่ประกาศออกมาจากสโมสร “เสือใต้” ระบุคร่าว ๆ ว่า การแยกทางครั้งนี้ มีการพูดคุยกันอย่าง “เคร่งเครียด” และ โควัชเองเป็นคนเสนอทางเลือกในการลาออกขึ้นมา ซึ่งทางทีมเสือใต้ก็เลือกทางนั้น มันจึงอดที่ใครหลายคนจะไม่ได้ว่า เหล่าผู้บริหารทีมบาเยิร์น รู้สึก “เสียหน้า” จากผลการแข่งขันที่ออกมา

แน่นอน ผลงานของทีมมันก็มีส่วนกับการปลดโควัช ออกจากตำแหน่ง แต่มันอาจจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะเท่าที่ได้เรียนไปด้านบนว่า พวกเขาเคยเจอกับสถานการณ์ที่ลำบากกว่านี้ภายใต้โควัชเมื่อปีก่อน แต่ครั้งนั้นพวกเขาทนได้ และยอมปล่อยมันผ่านไป

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ทีมดังจากแคว้น บาวาเรีย ปลดผู้จัดการทีมออกเพราะรู้สึกว่าพวกเขา “เสียหน้า” จากการแข่งขัน เพราะสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับกุนซือยอดฝีมืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ มาก่อนแล้วในช่วงต้นฤดูกาล 2017-18 และปัจจัยที่เกี่ยวข้อมันคล้ายกับกรณีของโควัช จนน่าตกใจ

ในตอนที่ อันเชล็อตติ โดนปลดจากตำแหน่งนั้น อันดับในตารางคะแนนของทีมเสือใต้ คืออันดับ 3 ของตาราง พวกเขาชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 จากการลงสนาม 6 นัดแรก ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไป และพวกเขามีเวลาอีกมากในการกลับมาสู่เส้นทาง

แต่ความพ่ายแพ้ต่อปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แบบหมดสภาพเพียงนัดเดียว ก็ทำให้กุนซือที่เคยพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปีก่อนปลิวออกจากตำแหน่งแบบง่าย ๆ 

นอกจากเรื่องของ “หน้า” แล้ว เป็นที่รู้กันว่า บาเยิร์น มิวนิค เป็นสโมสรที่ไม่ค่อยจะ “โอ๋” กุนซือที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสโมสรสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกุนซือต่างชาติ เพราะขนาด “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ซึ่งเป็นกุนซือที่พาทีมประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ทีม รองจาก ออตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ถึง 7 รายการ ตลอด 3 ปีที่เขาทำงานที่นี่ ก็ยังไม่ได้รับการต่อสัญญาเลย…แล้วโควัชเป็นใคร?

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้า นิโก โควัช จะโดนปลดจากการที่ทีมสโมสร “เสียหน้า”, “เสียชื่อ” และ “เสียภาพลักษณ์” เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งสำคัญของพวกเขาก็เป็นได้ และถึงแม้หลายคนอาจจะคิดว่า แบบนี้ไม่แฟร์กับกุนซือชาวโครแอต แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ฟุตบอลคือธุรกิจ และ ภาพลักษณ์ของธุรกิจ คือสิ่งที่องค์กรต้องรักษาเช่นกัน

แม้อาจจะดูโหดร้าย แต่นี่ก็เป็นวิธีการบริหารทีมของ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเราในฐานะแฟนบอล ไม่ว่าจะกองเชียร์ หรือ กองแช่ง ก็ทำได้แค่รอดูต่อไป

รอดูว่า “เสือใต้” จะเอาใครมารักษาภาพลักษณ์ขององค์กรแห่งนี้ต่อไป?

เกร็ดที่น่าสนใจถ้าไม่นับกุนซือรักษาการ โซเรน เลอร์บี คือหัวหน้าโค้ชที่อายุสั้นที่สุดของบาเยิร์น มิวนิค เขาคุมทีมเพียง 153 วัน โดยรองลงเป็น เป็น ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ส 184 วัน

ขณะที่กุนซือที่คุมทีม “เสือใต้” นานที่สุดคือ ออตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ เขาคุมทีม 2 รอบ รอบแรก 2,191 วัน รอบที่ 2 อีก 515 วัน

จุปป์ ไฮน์เกส คือคนที่คุมทีมบาเยิร์นมากที่สุดถ้านับตามจำนวนครั้ง เขาเข้ามาคุมทีมนี้ถึง 3 ครั้ง และล่าสุด ชื่อของเขาก็ยังมีลุ้นที่จะกลายเป็นกุนซือขัดตราทัพแทนโควัชด้วย

นอกจาก ไฮน์เกส ยังมีชื่อของ แม็กซ์ อัลเลกรี, โจเซ มูรินโญ และ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่มีลุ้นนั่งตำแหน่งกุนซือ “เสือใต้” ด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *