SPEGNN NEWS

สิงห์ เชียงราย ฉลองแชมป์ไทยลีกสมัยแรก 2019

สิงห์ เชียงราย ฉลองแชมป์ไทยลีกสมัยแรก 2019
https://spegnn.com

สิงห์ เชียงราย ฉลองแชมป์ไทยลีกสมัยแรก 2019 ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่ ให้พ้นเงาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด & เอสซีจี เมืองทอง

ซึ่งนอกเหนือจากความสำเร็จที่พูดได้อย่างไม่มีหมดทุกสิ่งแล้ว “กว่างโซ้งมหาภัย“ ยังได้สร้าง 3 แรงบันดาลใจ ให้วงการฟุตบอลไทย จะมีอะไรบ้างไปติดตามกัน สิงห์ เชียงราย ฉลองแชมป์ไทยลีกสมัยแรก 2019

https://www.youtube.com/watch?v=iM8U57YJshc

1.พลังคนรุ่นใหม่มีค่ามากว่าทอง

ตอนนี้ชื่อของ “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาทีม สิงห์ เชียงราย คงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ในวงการฟุตบอลไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า พลังจากคนรุ่นใหม่สำคัญแค่ไหน

จากที่ปี 2009 “บิ๊กฮั่น” เล็งเห็นโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬาฟุตบอลของจังหวัดเชียงรายเพื่อให้ฟุตบอลเป็นจุดเริ่มต้น ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ

ผ่านมา 10 ปี  ทีมจากแดนเหนือได้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ถึงขั้นคว้าแชมป์ไทยลีก 2019 แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

เพราะการแข่งขันลีกอาชีพของไทย ซึ่งถูกออกแบบมา ไม่ใช่แค่มีเงินหรือมีนักเตะเก่งๆ ถึงจะประสบความสำเร็จเท่านั้น

แต่มันต้องอาศัยปัจจัยหลายเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จที่พูดได้เป็นร้อยปีก็ไม่เบื่อ

โดยจุดแข็งของ “กว่างโซ้งมหาภัย” เห็นจะเป็นแนวทางของการบริหารงานจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นตัวแปรสำคัญของความสำเร็จ

ทั้งเรื่องการคิดเร็วทำเร็ว จากปี 2011 ซึ่งมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับสโมสรแห่งนี้ ทั้งสุขและเศร้าคละเคล้ากันไป

แต่ที่เป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ คงหนีไม่พ้น จุดเริ่มต้นที่ผู้บริหารทีม มีความคิดที่จะสร้างสนามเหย้าขึ้นมาเป็นของตัวเอง ก่อนที่จะเป็น “สิงห์ สเตเดี้ยม” ในปัจจุบัน 

เพราะก่อนหน้านี้ต้องผจญกับอุปสรรค์ครั้งใหญ่ เมื่อไม่สามารถใช้สนามมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นรังเหย้าได้ อีกทั้งไม่สามารถย้ายมาใช้สนามกีฬา อบจ.เชียงราย ก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลทางการเมือง 

จากบทเรียนวันนั้นทำให้ สิงห์ เชียงราย แข็งแกร่ง และไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคที่จะต้องเผชิญ

เห็นได้จากการไม่แสดงอาการใดๆ จากท่าทีตีรวนของคู่แข่งแย่งแชมป์ไทยลีก 2019 อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ประกาศสร้างวัฒนธรรมด้วยไม่ขอฉลองแชมป์ในนัดสุดท้ายเพราะไม่ได้เล่นในบ้านตัวเอง 

แต่ สิงห์ เชียงราย กลับเลือกเล่นไปตามเกมด้วยการประกาศขอรับแชมป์ในบ้านของ สุพรรณบุรี เอฟซี เพื่อรักษาธรรมเนียมเพื่อส่วนรวมให้คงอยู่

จนสร้างคะแนนนิยมให้เหล่าแฟนบอลไทยขาประจำและขาจรชนิดได้ใจไปเต็มๆ

นี่แหละ ที่เขาเรียกว่า “พลังคนรุ่นใหม่มีค่ามากกว่าทอง”

2.ยอดแข้งแดนเหนือ

ปี 2015 สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการฟุตบอลไทย สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

โดยการส่งผู้เล่นสถิติอายุน้อยที่สุด คือ “บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ลงสนาม สู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก และสามารถยิงประตูได้ ในนัดพบ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 

ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นในไทยพรีเมียร์ลีกที่อายุน้อยที่สุด ที่ทำประตูได้ ด้วยสถิติอายุเพียง 15 ปี 11 เดือน

ปัจจุบัน “บุ๊ค” ในวัย 20 ปีกลายเป็นนักเตะไทย ที่ยิง 10 ประตู ในไทยลีก 2019 คว้าตำแหน่ง ดาวซัลโว ชาวไทย พร้อมคว้าเงินรางวัล 300,000 บาท 

พร้อมกับเป็น นักเตะทีมชาติไทย ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มในฐานะผู้ทำประชัยเหนือ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 2-1 ซึ่งเป็นชัยชนะของทีมไทยในรอบ 15 ปี

ไม่เฉพาะ เอกนิษฐ์ เท่านั้น ปัจจุบัน สิงห์ เชียงราย ยังมีนักเตะดาวรุ่งไทยฝีเท้าดีเป็นกำลังสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ปิยพล ผานิชกุล, อัครวินทร์ สวัสดี, ศิวกรณ์ เตียตระกูล

เหล่านี้เมื่อรวมตัวกันก็กลายเป็นยอดแข้งแดนเหนือ ที่สามารถพิชิตความเร็จมาเชยชมได้สำเร็จ

3.กองเชียร์สีส้มผู้ไม่ยอมแพ้

อีกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ กองเชียร์ของสโมสรสิงห์ เชียงราย ที่ตอกย้ำภาพความสำเร็จของทีมรัก ด้วยการร่วมกันเชียร์ แบบไม่มีเงื่อนไข ฝนตกแดดออก พบเจออุปสรรค์ตลอดเส้นทาง 

ยิ่งได้ทำงานใกล้ชิดกองเชียร์บอลไทยหลายกลุ่ม ยิ่งเข้าใจ เหล่ากองเชียร์สีส้มผู้ไม่ยอมแพ้มากขึ้น

และพวกเขายังได้ สร้างแรงบันดาลใจหลายอย่างให้ได้เข้าใจว่า ไม่มีอะไรยากถ้าทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกัน

ผมขอมอบบทความนี้ เพื่อเป็นการ รําลึก ถึงกองเชียร์ทีมกว่างโซ้งมหาภัย ที่ประสบอุบัติเหตุ รถบัสพุ่งตกลำห้วยข้างถนน จนมีผู้ชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 40 กว่าราย ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย เมื่อปี 2011

เพื่อได้บอกพวกเขาว่า วันนี้ทีมรักของพวกเขาประสบความสำเร็จแล้ว

5 เหตุผลพา สร้างประวัติศาสตร์ผงาดแชมป์ไทยลีก!!

1. ปรับจูนทีมได้เร็ว

ก่อนเปิดฤดูกาล กูรูหลายคนมองว่าปี 2019 คงเป็นปีที่หนักหนาสาหัสของสิงห์ เชียงราย หลังจากแม่ทัพอย่างอเล็กซานเดร กามา โบกมือลาไปคุมทีมชาติไทยชุดยู-23 แถมยังเสียผู้เล่นแกนหลักประสบการณ์สูงออกจากทีมไป อาทิ ฉัตร์ชัย บุตรพรม, วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ซึ่งในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลก็เป็นอย่างที่คาดกันไว้จริงๆ เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียวจาก 5 นัดแรก

แต่หลังจากนั้น ไอล์ตัน กุนซือชาวบราซิลวัย 52 ปีก็ค่อยๆ ปรับจูนทีม จนกระทั่งหาขุมกำลังและแท็คติกที่ลงตัวได้สำเร็จ ทำให้ “กว่างโซ้ง” เริ่มติดเครื่องชนะถึง 7 จาก 8 เกมต่อมาในทุกรายการ แม้ต่อมาบางช่วงจะมีฟอร์มแกว่งไปบ้าง แต่หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็จะกลับคืนฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วง 17 นัดหลังของฤดูกาล แข้งเจียงฮายพลาดท่าปราชัยในเกมลีกไปแค่นัดเดียวเท่านั้น 

2. แข้งยังบลัดฟอร์มกระฉูด

สิงห์ เชียงรายชุดนี้เป็นการผสมผสานกันที่ลงตัวระหว่างแข้งเก๋ากับบรรดานักเตะพลังหนุ่ม อย่างเช่นในแนวรับ ซึ่ง ชินภัทร์ ลีเอาะห์ ประสานงานกับแข้งซีเนียร์อย่าง ธนศักดิ์ ศรีใส หรือ บรินเนอร์ ได้อย่างแข็งแกร่ง ตลอดจน อภิรักษ์ วรวงศ์ นายด่านวัย 23 ปี ที่เก็บคลีนชีทไปได้ถึง 10 นัดในซีซั่นนี้ มากที่สุดเป็นอันดับสามของลีก เป็นรองเพียงรุ่นพี่อย่าง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (14 นัด) และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (11) เท่านั้น

ส่วนแดนกลางเต็มไปด้วยแข้งวัยคะนองอย่าง ศิวกรณ์ เตียตระกูล พิธิวัตต์ พิจิตรธรรมกุล และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่นัดกันโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงชนิดระเบิดภูเขาเผากระท่อม จนกุนซืออากิระ นิชิโนะ กวักมือเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่กันถ้วนหน้า รวมไปถึง ชัยวัฒน์ บุราณ, สุริยา สิงห์มุ้ย ซึ่งฟอร์มกำลังห้าว โดยบรรดาแข้งหนุ่มเหล่านี้ก็จะมีตัวเก๋าอย่าง อียองแร หรือ  พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ช่วยประคองทีมได้อย่างลงตัว

3. ขุมกำลังที่สมบูรณ์

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดฤดูกาลนี้ประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บไม่มากนัก โดยบรรดาผู้เล่นตัวหลักไม่มีปัญหาสภาพร่างกายมากวนใจ ทำให้สามารถลงสนามช่วยทีมได้อย่างสม่ำเสมอในโปรแกรมทั้งไทยลีกหมด 30 นัดของทั้งฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น บรินเนอร์(ลงเล่น 29 นัด) พิธิวัตต์ สุขจิตรธรรมกุล (29 นัด) ศิวกรณ์ เตียตระกูล (27 นัด) และสองตัวรุกเลือดแซมบ้า วิลเลี่ยม (29 นัด) กับ บิลล์ โรซิมาร์ (28 นัด) ส่งผลให้ทีมมีความสมดุลต่อเนื่องเพราะแกนหลักของทีมยังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

4. ฟอร์มนอกบ้านอันแข็งแกร่ง 

ในบรรดา 16 ทีมของศึกไทยลีก 2019 สิงห์ เชียงรายเป็นทีมที่มีผลงานเกมเยือนดีที่สุดในลีก โดยพวกเขาสามารถโกยแต้มไปได้ถึง 29 คะแนนจากการเล่นนอกบ้าน 15 นัด (ชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 2) ซึ่งเทียบเท่ากับผลงานเมื่อยามได้เล่นในสนามสิงห์ สเตเดี้ยม ที่เก็บได้ 29 คะแนน (ชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 2) เท่ากันเป๊ะ

เรียกได้ว่าผลงานในบ้าน-นอกบ้านแทบไม่ต่างกัน นั่นแสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาของทีมได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับกุนซือไอล์ตัน ที่สามารถวางแผนให้ทีมได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเล่นนัดเหย้าหรือเยือนก็ตาม

5. คู่แข่งอ่อนแรง

ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของยักษ์ใหญ่หลายทีมในซีซั่นนี้ดร็อปลงไปจากเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่แทบขาดใจเมื่อขาดดาวยิงตัวหลักอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ซึ่งกองหน้าที่พวกเขาพยายามหามาเสริมทัพก็ไม่มีใครสามารถทดแทนได้เลย

ขณะที่ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มสามวันดีสี่วันไข้ในช่วงออกสตาร์ทจนต้องเสียเงินจ้างเปลี่ยนตัวกุนซือไปหลายคน กว่าทีมจะเข้าที่เข้าทางก็ปาไปครึ่งฤดูกาลแล้ว เช่นเดียวกับ การท่าเรือ เอฟซี ซึ่งมีช่วงฟอร์มเป๋จนต้องเปลี่ยนแม่ทัพกลางคัน ขณะที่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาท่าดีทีเหลวเหมือนซีซั่นที่ผ่านๆมา 

และเมื่อกราฟของทีมอื่นถดถอย สวนทางกับ สิงห์ เชียงราย ที่ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาพอดี ประวัติศาสตร์ไทยลีกจึงได้จารึกแชมป์หน้าใหม่ในปี 2019 ที่มีชื่อว่า “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นั่นเอง!!

สนับสนุนข่าวโดย UFABET | UFASTAR | OFFICIAL | UFASTAR | UFA1688 |SLOTXO


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *